รับจัดหาและจำหน่าย Ingredients
19. สารสกัดชะเอมเทศ
ชื่อวิทยาศาสตร์
GLYCYRRHIZA GLABRA ROOT EXTRACT
รูปแบบของสารสกัด
ของเหลวสีเหลืองอ่อน
ส่วนของพืชที่ใช ้
ราก
วิธีการสกัด
สกัดด้วยตัวทำละลาย
แหล่งของวัตถุดิบ
ประเทศไทย
เกรด
เครื่องสำอาง
รสยาทางเภสัชกรรมไทย
รสมันหวาน
สรรพคุณและการนำไปใช้
เนื่องจากในชะเอมเทศมีสารลิควิริทิน (Liquiritin) สารกลาบริดิน (glabridin) และสารลิโคชาลโคน เอ (Licochalcone A) ที่ช่วยในการปรับผิวให้ดูกระจ่างขึ้น ด้วยการกระจายเม็ดสีเมลานิน และช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่เพิ่มปริมาณเม็ดสีเมลานินมากเกินไป มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า สารลิโคชาลโคน เอ (Licochalcone A) ที่สกัดได้จากชะเอมเทศอาจช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่เพิ่มปริมาณเม็ดสีเมลานินมากเกินไปจนทำให้ผิวคล้ำได้ ส่วนสารลิควิริทินในชะเอมเทศก็อาจช่วยปรับผิวขาวได้ด้วยการกระจายเม็ดสีเมลานิน อีกงานวิจัยหนึ่งเผยว่า การทดลองใช้สารสกัดจากชะเอมเทศรักษาฝ้าเกิดผลดีและก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยมาก ส่วนการศึกษาที่ใช้สารกลาบริดินที่สกัดจากชะเอมเทศพบว่า สารนี้อาจมีฤทธิ์ป้องกันผิวคล้ำจากรังสี UVB และอาจช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวคล้ำจากเม็ดสีที่มากเกินไปได้เช่นเดียวกับงานวิจัยข้างต้น สรุปก็คือสารสกัดชะเอมเทศ ช่วยลดการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ช่วยลดและต้านการอักเสบของผิว ชะเอมเทศสามารถนำมาใช้ทดแทนสารเคมีที่ช่วยทำให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใส ช่วยลดและต้านการอักเสบของผิว แถมยังไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผิวหน้า และไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตันอีกด้วย ช่วยลดการเกิดปัญหาผิวจากมลภาวะและการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิว พร้อมมอบความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น และรอยดำที่เกิดจากแผลเป็นต่างๆ บนใบหน้าลดเลือนลงกระทั่งจางหายไป ชะเอมเทศช่วยลดการระคายเคือง การแพ้ รอยแดงจากสิว และควบคุมความมันบนใบหน้าทำให้การเกิดสิวลดลง มีความอ่อนโยนเหมาะกับสภาพผิวที่มีความบอบบาง ช่วยลดเลือนรอยเหี่ยวย่น และชะลออายุผิวให้คงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ดูดซับรังสียูวีและบำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ชะเอมเทศมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งช่วยขับพิษและดูดซับรังสียูวีจากผิว พร้อมช่วยบำรุงผิวให้สดใสเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นผมงอก ช่วยลดอาการผมร่วงที่เกิดจากหนังศีรษะมันเกินไป โดยมีการค้นคว้าทดลองและงานวิจัยทางการแพทย์รับรอง
ปริมาณการใช้
1-5 % โดยเริ่มใช้จากปริมาณน้อยก่อนแล้วทดสอบประสิทธิภาพและยังสามารถเพิ่มอัตราส่วนเพื่อให้ได้ประสิทธิผลตามต้องการ ควรทดสอบการระคายเคืองทุกครั้งที่เพิ่มอัตราส่วนของสารสกัด
อายุและการเก็บรักษา
2 ปี นับจากวันที่ผลิต
